สร้างมูลค่าร้านอาหาร ด้วยบริการอย่างมืออาชีพ

แถวบ้านผมมีร้านอาหารตามสั่งอยู่ 2 ร้าน ร้านแรกเป็นร้านที่ผมทานประจำ (เรียกว่า ร้าน A แล้วกัน) ร้านนี้ราคาไม่แพง ฝีมือทำกับข้าวใช้ได้เลย ส่วนพี่ชายผมจะใช้บริการอีกร้านหนึ่ง (อันนี้ให้ชื่อว่า ร้าน B) แต่ก่อนพี่ชายผมก็เป็นขาประจำที่ร้าน A เหมือนผมนี่แหละ แต่ตอนหลังเปลี่ยนไปซื้อที่ B แทน ทั้งๆ ที่ราคาอาหารแพงกว่า รสชาติอาหารก็พอๆ กัน ผมสงสัยมาก เลยหาโอกาสลองไปทานอาหารที่ร้าน B ดู เพราะอยากรู้ว่ามีอะไรดี

เดินไปถึงหน้าร้าน ความเหมือนคือ เป็นห้องแถวเล็กๆ เหมือนกัน แต่ความต่างเริ่มตั้งแต่หน้าร้านเลย ร้าน B หน้าร้านโล่ง สะอาด ในขณะที่ ร้าน A จะมีกระถางต้นไม้และข้าวของต่างๆ พวกไม้กวาด ถังขยะวางระเกะระกะหน้าร้านเป็นประจำ เข้าไปในร้าน ร้าน B นี่โต๊ะเก้าอี้สะอาด บนพื้นไม่มีเศษอาหารหรือเศษขยะเลย พนักงานในร้านแต่งชุดเรียบร้อยดูสะอาดมีหมวกคลุมผมด้วยนะ ผมนึกย้อนไปถึงร้าน A ที่พอเข้าไปในร้าน เราจะเจอเศษอาหาร กระดาษทิชชูเป็นหย่อมๆ ตามพื้น จานชามพร้อมเศษอาหารบนโต๊ะที่มักเปียกน้ำเป็นจุดๆ ไม่มีใครเก็บไปล้าง พนักงานแต่งตัวตามสบายพร้อมสะบัดผมคลายร้อนอยู่เนืองๆ ... ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ผมถึงยอมจ่ายแพงกว่า สำหรับอาหารรสชาติพอๆ กัน แน่นอนว่าเดี๋ยวนี้ ผมเป็นลูกค้าประจำของร้าน B แล้ว ถึงราคาจะแพงกว่า แต่ผมรู้สึกว่าคุ้มกับคุณภาพที่ได้รับ รวมทั้งมีความมั่นใจในคุณภาพอาหารมากขึ้นด้วย ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้ว ฝีมือการทำอาหารจะไม่ต่างกันก็ตาม 

เมื่อเราทำธุรกิจ นอกจากคุณภาพสินค้าแล้ว การตกแต่งสินค้าให้ดูน่าซื้อ น่าใช้ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มได้ แต่สิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามคือมูลค่าเพิ่มจากการบริการอย่างมืออาชีพ ผู้บริโภคจะรู้สึกได้ถึงความตั้งใจ เอาใจใส่ เรื่องงายๆ อย่างการดูแลร้านให้สะอาดอยู่เสมอ การแต่งตัวของผู้ให้บริการที่ดูเรียบร้อยสุภาพ การรู้จักพูดคุยแนะนำสินค้า ตลอดจนการสร้างบรรยากาศการใช้บริการที่ดี ล้วนสร้างมูลค่าเพิ่มได้ทั้งสิ้น มันคือมูลค่าของการให้บริการอย่างมืออาชีพ ที่สำคัญคือ ในโลกธุรกิจที่การแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน ดูเหมือนจะไม่มีที่ว่างสำหรับมือสมัครเล่นอีกแล้ว